ฟังธรรมวันปีใหม่ จากสมเด็จพักชก รินโปเช  สมเด็จพระสังฆราชสายทิเบตแห่งเนปาล

15826734_10154011250330957_1116469114073747153_nเมื่อใดที่มี “เรา” ความโง่เขลาและความยุ่งยากจะก้าวเข้ามา ..

When you think about yourself, that brings a lot of difficulties.

ความทุกข์ ความวิตกกังวล ความไม่สบายต่างๆ เป็นสภาวะที่ไม่ก่อให้เกิดความหมายใดๆ ต่อจิตใจ

จนกระทั่งมี “ตัวเรา” “ของเรา” เข้าไปรองรับ สภาวะนั้นจะเกิดความหนัก ความตึงเครียดขึ้นมาทันทีทันใด

○ ทำไมเราจึงต้องทำความเข้าใจเกี่ยวกับ จิตของเรา
ทั้งนี้เพราะ จิตของเรา มีความว่องไวในการตอบสนอง ต่อสิ่งรบกวนจากภายนอก

ถ้าเราไม่รู้เท่าทัน ความเป็นไปของจิต และไม่รู้วิธีควบคุมจิต ใจของเราจะหาความสงบได้ยาก เพราะจิตที่ตอบสนอง ต่อสิ่งเร้าจากภายนอก จะทำให้เกิดพิษในจิตใจ และเข้ามาแทนที่ความสงบ

พิษในจิตใจมี 5 ประเภท
1. ความโกรธ ( Anger)
2. ความอิจฉา (Jealous)
3. ความทนงตน (Pride)
4. ความยึดมั่นถือมั่น ( Attachment)
5. ความไม่รู้ (Ignorance)

จิตที่ถูกครอบงำ ด้วยพิษทั้ง 5 นี้ จะสนองตอบ ออกมาเป็นการกระทำ ไม่ว่าจะโดย กาย วาจา ใจ ทำให้เราเป็นผู้กระทำ อกุศลกรรม พิษที่เป็นตัวอย่างที่ดีที่สุด คือความโกรธ ผลของมันรวดเร็วและรุนแรง

○ ดังนั้น ในวันนี้พระอาจารย์จะช่วยอธิบาย ความเข้าใจเกี่ยวกับจิต และจะฝึกจิตอย่างไร ด้วยการปฏิบัติทำสมาธิ

พระอาจารย์ได้อธิบาย 4 หัวข้อหลักเกี่ยวกับจิต

1. Hectic Mind (Active Mind); จิตที่เร่าร้อน
2. Capability of Mind; ความสามารถของจิต
3. Nature of Mind; ธรรมชาติของจิต
4. Essence of Mind; แก่นแท้ของจิต

1. Hectic Mind = จิตที่เร่าร้อน
จิตของเรามีการตอบสนองที่รวดเร็วต่อปัจจัยภายนอก ทำให้เกิดพิษทั้ง 5 ในจิตใจ และนำมาสู่การกระทำ (อกุศลกรรม)

กระบวนการเกิดมี 3 ขั้นตอน
(1) ความคิด (Thought) เช่น ความโกรธ
(2) อารมณ์ (Emotion) เช่น อารมณ์โกรธ
(3) การกระทำ (Psysical Action) เช่น การกระทำ ที่แสดงอาการ โกรธ ออกมาด้วย กายและวาจา

* การเจริญสติ (ปฏิบัติสมาธิ) จะเป็นเครื่องช่วยควบคุมจิต ทำให้เรากำหนดรู้ ดับมันก่อนที่จะพัฒนาเป็นการกระทำ

“การเจริญสติ” กำหนดรู้
> จะช่วยดับตั้งแต่ “ความคิด” โกรธ
> ไม่ทำให้พัฒนาเป็น “อารมณ์” โกรธ
> “การกระทำ” ที่แสดงอาการโกรธ ทางกาย หรือ วาจา จึงไม่เกิดขึ้น

ดังนั้น จิตที่อิสระจากความโกรธที่ถูกดับลงแล้ว ตั้งแต่ขั้นตอนของความคิด จึงไม่ถูกครอบงำด้วยความโกรธ จิตของเราจึงสามารถรักษาความสงบไว้ได้ แม้จะมีปัจจัยภายนอกมากระตุ้น

2. Capability of Mind = ความสามารถของจิต

จิตของเราทุกคนมีความสามารถสูง เราจึงควรรู้จักการฝึกจิต

วิธีการฝึกจิต (Way to practice)
การฝึกจิต ด้วยการลืมตา (ไม่ปิดตา)
Space = ความว่างในอากาศรอบตัวเรา
Eye = ตา ของเรามองออกไปที่ความว่างนั้น
Feeling = กำหนดความรู้สึก ส่งความเมตตา และกรุณา ออกไปเพื่อผู้อื่น โดยมีพระเมตตาและกรุณา ของพระพุทธเจ้าที่มีต่อสรรพสัตว์ทั้งหลายเป็นต้นแบบ
ปรารถนาที่จะให้ผู้อื่นพ้นจากทุกข์และมีความสุข

* เมื่อเราฝึกปฏิบัติเช่นนี้บ่อยๆ ความเมตตากรุณา จะเปลี่ยนความรู้สึกของเราที่มีต่อผู้อื่น และด้วยจิตที่เปี่ยมด้วยเมตตาและกรุณานี้ จะทำให้เราดับพิษทั้ง 5 ได้ตั้งแต่ขั้นตอนของความคิด เมื่อมีปัจจัยภายนอกมากระทบ

* วิธีกำหนดรู้ลมหายใจ
ลมหายใจออก -> ส่งความเมตตาให้ผู้อื่น
ลมหายใจเข้า -> ส่งความกรุณาให้ผู้อื่น

*ความเมตตา หมายถึงเรามีจิตปรารถนาให้เขามีความสุข และมีเหตุแห่งสุข
*ความกรุณาหมายถึงเรามีจิตปรารถนาให้เขาพ้นจากความทุกข์ และเหตุแห่งทุกข์

หมายเหตุ: ความเมตตาจะช่วยให้เรารู้จักที่จะให้อภัยผู้อื่น และไม่ทำให้จิตเราถูกความโกรธครอบงำ ใจเราจึงได้รับความสุขสงบ

*ความเมตตาและกรุณา จะช่วยให้เรา”ละ” ความโกรธ ความอิจฉา ความทะนงตน และความยึดมั่นถือมั่น (ว่านี่ของเขา ว่านี่ของเรา) ในท้ายที่สุดจะทำให้เราพ้นจากความไม่รู้ (Ignorance) ในการที่จะพ้นจากทุกข์ได้อย่างไร

* การที่เรามีความเห็นแก่ตัว นึกถึงแต่ตัวเอง จะทำให้จิตของเราเร่าร้อน ถูกพิษทั้ง 5 ครอบงำ ใจเราจึงเผชิญกับความทุกข์ (Suffering)

*ในขณะที่ ความเมตตาและกรุณา ที่เรามีต่อผู้อื่น จะช่วยให้จิตใจของเรา พ้นจากความทุกข์ พ้นจากการครอบงำของพิษทั้ง 5 และอกุศลกรรม ใจเราเองจึงเป็นสุขสงบ ไม่ว่าผู้อื่น จะระลึกถึงความเมตตากรุณาที่เรามีให้เขา หรือไม่ก็ตาม

3. Nature of Mind = ธรรมชาติของจิต
คุณลักษณะธรรมชาติของจิต คือ บริสุทธิ์ (ปราศจากกิเลส)
แล้วจะฝึกปฏิบัติสมาธิอย่างไรเพื่อเข้าถึงธรรมชาติของจิต

พระอาจารย์ได้กรุณาอธิบายให้เข้าใจดังนี้
*การฝึกสมาธิ ให้นึกถึงพระพุทธเจ้า เมื่อเราเจริญสมาธิ คือให้จิตของเรามีพระพุทธเจ้าเป็นสรณะ จนเป็นเนื้อเดียวกับจิต

*โดยมีความสำคัญ คือ มีความเชื่อ (Faith) และศรัทธา (Devotion) ในพระพุทธเจ้า ( Trust in Buddha) เป็นบาทฐาน

* ให้เรากำหนด “นิมิต” เห็นพระพุทธเจ้า รายล้อมไปด้วยพระโพธิสัตว์มากมาย และให้เชื่อว่าพระพุทธเจ้าท่านยังคงมีชีวิตอยู่ ให้จิตที่บริสุทธิ์ของเราเป็นเนื้อเดียวกับพุทธะ ที่เปี่ยมล้นด้วยพระมหาเมตตาและมหากรุณา

*เมื่อฝึกปฏิบัติเช่นนี้บ่อยๆ จิตจะเป็นสมาธิ และทำให้เราสามารถเข้าถึงธรรมชาติอันบริสุทธิ์ของจิต

4. Essence of Mind = แก่นแท้ของจิต
แก่นแท้ ของจิต ที่ตื่นรู้
นั่นคือ “ความว่าง” หรือ”ความสงบ”

เมื่อปฏิบัติสมาธิจนถึงขั้นสูงสุดจะค้นพบกับ “ความว่าง ”

*Aware the mind and let go
*Die with emptiness is the best

ธรรมบรรยาย โดยท่านพักชก รินโปเช สมเด็จพระสังฆราชสายทิเบต แห่งประเทศเนปาล

ณ สถาบันสอนเต้นวิถีพุทธ The Mind
ศูนย์การค้าเดอะซีน ทาวน์อินทาวน์

สรุปโดย คุณตวง อุสรา วิไลพิชญ์ สมาชิกคณะ ธรรมดีทัวร์
อินเดีย เนปาล 2559